[SF]Don't Cry

posted on 17 Dec 2010 20:52 by wonkyu4ever

Don't Cry

 

เลยเที่ยงคืนมาแล้ว... ไฟทุกดวงในหอพักดับสนิทอย่างน่าแปลกประหลาด ผมกำลังนอนอยู่บนเตียงของใครสักคน พลิกซ้ายก็แล้วพลิกขวาก็แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะข่มตาหลับลงได้ และผมก็คิดว่าอีกเก้าชีวิตที่เหลือในหอพักแห่งนี้ก็กำลังเป็นเหมือนกัน อย่างน้อยก็น้องเล็กที่กำลังพลิกไปมาอย่างกระสับกระส่ายอยู่เตียงข้างๆ ผมนี่แหละ

 

"นอนได้แล้วเจ้าตัวยุ่ง" ผมว่าเบาๆ เมื่อเห็นคยูฮยอนยังคงพลิกไปมา

 

"ก็มันนอนไม่หลับนี่ ฮยองน่ะแหละนอนได้แล้ว"

 

"ก็มันนอนไม่หลับนี่" ผมตอบเหมือนเขาเด๊ะๆ แน่ล่ะถ้าใจยังคงว้าวุ่นขนาดนี้ต่อให้เหนื่อยกายแค่ไหนมันก็ยากที่จะข่มตาหลับลงได้

 

"เฮ้อ..." จู่ๆ เจ้าเด็กคยูฮยอนก็ถอนหายใจออกมาเสียงดังยืดยาวแล้วเอื้อมมือไปเปิดไฟที่หัวเตียงพอให้แสงนีออนเหลืองนวลสว่างพอจะเห็นแววตาวูบไหวของน้องเล็กได้บ้าง

 

"ทั้งๆ ที่ผมก็คิดไว้ในอยู่แล้วว่าผลทุกอย่างมันต้องเป็นแบบนี้แต่ไม่รู้ทำไมในหัวใจมันเจ็บจังเลยอ่ะฮยอง ผมไม่ควรคิดอย่างนั้นใช่ไหม"

 

"ไม่รู้สิ..." ผมตอบคำถามยืดยาวนั้นสั้นๆ "ตอนนี้พี่ไม่อยากคิดอะไร"

 

"โกหก ถ้าพี่ไม่คิดอะไร ทำไมพี่จะต้องทำหน้าแบบนั้นด้วยล่ะ"

 

"หน้าแบบไหน" ผมถามออกไปในทันที ผมว่าผมเก็บอาการเนียนแล้วนะยังหลุดอีกเหรอ

 

"ก็หน้าแบบว่ามันไม่แฟร์ไง"

 

"ทำไมมันจะไม่แฟร์ ผลก็เห็นๆ กันอยู่ เรา... เราไม่ได้รางวัล" ปลายเสียงผมแผ่วลง คล้ายกับว่าถ้ายิ่งผมพูดเสียงดังมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งทำให้ผมเจ็บปวดมากเท่านั้น

 

คยูฮยอนลุกขึ้นนั่ง เขาเอื้อมมือแตะที่เข่าของตัวเองเบาๆ "รางวัลมันไม่ได้สำคัญอะไรนี่นา ปีที่แล้วเราได้มาแล้ว แต่ปีนี้เราไม่ได้แล้วมันก็ตกไปอยู่ในมือของคนที่สมควรจะได้มากกว่า ก็แค่รางวัลที่เคยได้จะอะไรมากมาย"

 

"แต่มันเหมือนกับว่าเราแพ้" ไม่รู้ทำไมผมก็ตวาดออกมาเสียงดัง มันดังเสียจนคยูฮยอนสะดุ้งตัวลอย

 

"พี่จะเสียงดังทำบ้าอะไรเนี่ย เดี๋ยวคนอื่นก็ตื่นกันหมดหรอก"

 

"ก็พี่ไม่ชอบที่นายพูดแบบนั้ มันเหมือนกับว่าทุกอย่างที่เราทำมาตลอด ทุกสิ่งที่แฟนคลับทำเพื่อเรามันไม่มีความหมาย"

 

"เราทำอะไร เราก็แค่ออกอัลบั้มชุดที่สี่ โปรโมตแค่เดือนสองเดือนแล้วก็ทัวร์คอนเสิร์ต เราไม่ได้โปรโมตทั้งปีเหมือนเขานิ เขาถึงได้รางวัลไปไง" คยูฮยอนยักไหล่เหมือนไม่ได้ใส่ใจ เขาถอนหายใจยาวเหยียดอีกครั้งก่อนจะดึงเข่าขึ้นมากอด "ก็แค่... รางวัลจะอะไรมากมาย"

 

ผมคงจะโต้เถียงกับเขาอีกถ้าเสียงสุดท้ายเขาไม่ติดสะอื้น คยูฮยอนก้มหน้าลงพอที่ผมจะไม่เห็นดวงตาของเขา

 

ตลอดงานในวันนี้คยูฮยอนซ่อนดวงตาของเขาไว้ภายใต้แว่นกันแดดอันใหญ่ราวกับเขาจะกลัวว่าใครจะล่วงรู้ความคิดของเขา พี่ฮีชอลเองก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นหลังเลิกงานผมจึงไม่รู้ว่าเขามีอาการอย่างไรนอกจากยิ้มแกนๆ แล้วกอดคนนู้นทีคนนี้ที

 

ในขณะที่ผมมีแต่ความคิดว่ามันไม่แฟร์ตลอดเวลาที่รู้ว่าเราจะไม่ได้รางวัลนี้อีกครั้ง ผมรู้สึกแย่มากที่ของที่ควรจะเป็นของเราต้องตกไปเป็นของคนอื่น บางคนอาจจะเห็นว่ามันไม่สำคัญอะไรมากมาย แต่สำหรับผมรางวัลนี้มันสำคัญมากจริงๆ เพราะมันเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าต่อให้ซูเปอร์ จูเนียร์จะเหลือสมาชิกอยู่แค่สิบคนเราก็ยังเก่งกาจเหมือนตอนที่มีกันครบสิบสามคน

 

ทั้งๆ ที่คยูฮยอนตั้งใจมากขึ้นไปอีก พี่ฮีชอลเองก็ทุ่มเทให้วงมากกว่าเดิม พี่จองซูก็ยังคงเป็นลีดเดอร์ที่ดีและทำงานหนักยิ่งขึ้น สมาชิกทุกคนล้วนทำงานหนักมากขึ้นเพื่อพิสูจน์ให้คนอื่นได้เห็นว่าแม้สมาชิกจะหายหน้าไปสามคนแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามซูเปอร์ จูเนียร์ก็ยังคงเป็นซูเปอร์ จูเนียร์ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปได้

 

ที่ผมคิดว่าเราแพ้ ก็เพราะไม่สามารถทำให้คนอื่นได้เห็นว่าเรายังยิ่งใหญ่เหมือนเดิมได้ ไม่เหมือนตอนที่เรายังมีกันเยอะกว่านี้ ตอนที่เราทั้งสิบสามคนยังอยู่กันพร้อมหน้า...

 

"ถ้า... ถ้า ฮึก... ถ้าเราได้รางวัลมันก็ไม่ต่างอะไร ฮึก... จากตอนนี้ อยู่ดี... ฮึก ฮึก... พี่ยองอุนก็ยังไม่ ไม่... ไม่กลับมา คิบอม... คิบอมก็ยังไม่อยู่... พี่ฮันคยอง... ฮึก... ก็ไม่กลับมาแล้ว... ฮือๆ"

 

และคืนนั้นก็จบลงที่ผมต้องคอยปลอบคยูฮยอนที่เอาแต่ร้องไห้จนหลับไป... เด็กน้อยที่มุ่งมั่นกลับต้องมาผิดหวังแบบนี้ เพราะเหตุนี้แหละผมถึงได้คิดว่ามันไม่แฟร์

 

"เฮ้ ซีวอน ชงกาแฟให้ทีซิ" พี่จองซูที่ใบหน้าอิดโรย ตาบวมเป่งสั่งทันทีที่ออกมาจากห้อง ผมพับหนังสือพิมพ์เก็บไว้ตามเดิมก่อนจะลุกไปชงกาแฟให้พี่เขา สักพักก็มีลูกแมวตัวเขื่องมาเกาะแข้งเกาะขา อ้อนจะให้ชงกาแฟเพิ่ม ผมก็ยอมทำตามก่อนจะไล่มักเน่ไปล้างหน้า

 

ไม่นานห้องชั้นบนของหอพักก็คลาคล่ำไปด้วยเหล่าสมาชิกที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากที่ไหนบ้างจนเต็ม ไม่น่าเชื่อว่าทุกคนจะพร้อมใจกันตื่นเช้าแฮะ เอ๊ะ หรือว่าไม่ได้นอนกัน

 

"เมื่อคืนอดกินเนื้อย่างเลย" พี่ชินดงบ่นออกมาเบาๆ เรียกเสียงหัวเราะได้จากฮยอกแจที่ยิ้มจนเหงือกบาน

 

"นั่นสิ ว่าแล้วก็อยากกิน" พี่ฮีชอลที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำว่าบ้าง

 

"งั้นหาเวลาว่างตรงๆ กันไปหม่ำกันดีกว่า ดีไหม" พี่จองซูที่ซดกาแฟเข้าไปอึกใหญ่เสนอก็มีเสียงสนับสนุนดังตามมาจนเจี๊ยวจ๊าว

 

"คราวนี้ผมไม่เลี้ยงแล้วนะ" น้องเล็กที่นั่งเบียดอยู่ข้างๆ ผมรีบตะโกนบอก ก็คราวที่แล้วโดนรีดไปซะเกือบหมดกระเป๋าเลยนี่นะ

 

"ไม่รู้ล่ะ คราวนี้ใครแพ้เกมก็ต้องจ่าย หุหุ" พี่ฮีชอลทำเสียงชั่วร้ายก่อนที่ทุกคนจะพร้อมใจกันหัวเราะเสียงดังลั่นห้อง จนเมื่อสุดท้ายเสียงหัวเราะสุดท้ายเงียบลงพี่จองซูก็พูดขึ้นมา

 

"ขอบคุณทุกคนนะแล้วก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง พี่พยายามที่สุดแล้วและสุดท้ายมันก็ได้แค่นี้ สุดท้ายที่เราก็ไม่ได้แดซังอีกครั้งและก็ไม่ได้ทำอะไรให้มันดีขึ้น จมปลักอยู่กับแบบเดิมๆ ทำให้แฟนคลับต้องผิดหวัง พี่นี่มันเป็นหัวหน้าวงที่แย่สุดๆ ไปเลยเนอะ"

 

บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในทันที มันเงียบจนน่าอึดอัดและชวนร้องไห้ มือของผมเย็นเฉียบและเริ่มเปียก... เปียก? นี่มือผมเหงื่อออกจนเปียกแฉะเลยหรือ ทว่า... เมื่อผมมองดูดีๆ แล้วผมก็พบว่ามันเป็นน้ำตาของน้องเล็กที่ไหลออกมาจนเต็มแก้มอิ่มๆ ของเขา

 

"ผมต่างหากที่ต้องขอโทษพี่ที่ทำได้ไม่ดีพอ"

 

"ใช่ๆ ผมต้องขอโทษพี่ พี่น่ะสุดยอดลีดเดอร์นะ"

 

"พี่ไม่ต้องขอโทษผม"

 

"มันไม่จะเป็นเลย"

 

"ไร้สาระน่า ฉันต่างหากที่ช่วยอะไรนายไม่ได้น่ะ"

 

เสียงทุกคนพร้อมกันดังอย่างไม่ได้นัดหมาย จนสุดท้ายน้ำตาที่ไหลออกมาเมื่อกี้ก็กลายเป็นเสียงหัวเราะอีกครั้ง

 

"ขอบใจนะ ขอบใจทุกคนจริงๆ ที่ยังอยู่ด้วยกันจนถึงตอนนี้ ยังอยากจะอยู่ด้วยกันต่อไปหรือเปล่า"

 

"แน่นอน"

 

"ดีมาก!!!" พี่จองซูว่าเสียงดังลั่นจนผมเผลอสะดุ้ง แต่ก็นะถ้ายังยิ้มยังหัวเราะกันได้แบบนี้ ผมว่าไม่มีอะไรจะทำให้เราร้องไห้ไปได้มากกว่าเรื่องนี้แล้วล่ะ

 

 

อย่าร้องไห้อีกเลยถ้ามันจะทำให้เราเศร้าใจ

สู้ยืนหยัดเพื่อสู้กับมันต่อไปจะดีกว่า...

เรื่องแค่นี้... ไม่ตายหรอกน่า ก็แค่เจ็บใจ

 

...

 

วันถัดมาผมมีคิวต้องทำงานเลยไม่ได้แวะเข้าไปที่หอพัก คนอื่นๆ เองก็มีงานล้นมือเพราะฉะนั้นเลยว่าจะไปกินเนื้อย่างก็เลยต้องยกเอาไว้ก่อน คงต้องรอช่วงว่างจริงๆ ล่ะมั้งเนี่ย และก็คงอีกนานล่ะนะเพราะคิวงานของพวกเราบางคนก็ยาวไปจนถึงปีหน้า จะว่าไปขนาดไม่มีงานโปรโมตอัลบั้มกันแต่ก็ดูเหมือนว่างานจะเยอะกว่าตอนโปรโมตอีกนะ

 

ติ๊ด!

เสียงข้อความเข้าทำให้ผมต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วก็พบว่าเป็นข้อความจากน้องเล็กนี่เอง

 

'ฮยอง วันนี้อยากกินเค้กอ่ะ ซื้อมาฝากด้วยนะ ผมได้ไวน์มาแหละ ฮี่ฮี่ อ่อ อย่าทำงานหนักล่ะเดี๋ยวสลบไปก่อนเอาขนมมาให้ผม เข้าใจ๊?'

 

พอนึกถึงใบหน้ายียวนกวนประสาท ตาแป๋วๆ ปากหยักเหมือนแมวแล้วก็ผิวขาวจัดของน้องเล็กแล้วอารมณ์ผมก็ดีขึ้นมากกว่าเดิม เด็กบ๊องที่ชอบทำเป็นเข้มแข็งทั้งที่ขี้แยกว่าใครๆ ผมชอบคนแบบนี้นะ มุ่งมั่นแต่ไม่ยอมแพ้ สงสัยผมต้องหาขนมเค้กดีๆ ไปให้สักสามสี่ก้อนแล้วล่ะ ให้เด็กนั่นอารมณ์ดีแล้วเข้ามายิ้มอ้อนๆ อืม... แล้วหลังจากนั้นก็...

 

END... (or do you want to continue?)